ว่ากันว่า สมุนไพร พญายอ รักษาโรคเริม ได้

   
พญายอ สมุนไพรไทยที่ใครหลายคนอาจจะคุ้นและไม่ค่อยจะคุ้นเคยกันนัก เอาเป็นว่า วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ สมุนไพร พญายอ รวมทั้งสรรพคุณและประโยชน์ทางยาของเจ้า สมุนไพรพญายอ กันเลยค่ะ สมุนไพรพญายอ หรือพญาปล้องทอง เป็นพืชที่หาได้ทั่วไปพญาปล้องคำ เมื่อต้นแก่จัดจะมีข้อปล้องเป็นสีเหลืองทอง พญายอนับเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณ เด่นมากในเรื่องผิวหนัง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เริ่มมีการใช้สมุนไพรพญายอครั้งแรก ในการรักษาโรคเริม งูสวัด แผลในปากมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ในรูปแบบของทิงเจอร์และกรีเซอรีนซึ่งนับเป็นโรงพญาบาลแห่งแรกที่มีการนำ สารสกัดจากสมุนไพร พญายอมาใช้ ผลงานการวิจัย สมุนไพรพญายอ มีผู้ทำการศึกษาและรายงานว่า ใบพญายอสามารถลดอาการอักเสบ ซึ่งเกิดจากการฉีดคาร์ราจีแนนในหนูขาวได้ดีมากเป็นข้อมูลสนับสนุนว่า ใบพญายอสามารถระงับอาการอักเสบจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยและเริม กองวิจัยและพัฒนาสมุนไพรร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจาก ใบพญายอ ในหลอดทดลองต่อเชื้อไวรัส HSV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดโรคเริม พบว่าสารสกัดจากใบพญายอมีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสได้สูง
วิธีใช้ตามภูมิปัญญาไทย สมุนไพรพญายอ - การใช้พญายอรักษาอาการเนื่องจากแมลงกัดต่อย, เริม ใช้ใบขยี้ทาบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
หรือเป็นเริม
- ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด บวม แดง ร้อน แต่ไม่มีไข้) จากแมลงมีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน เป็นต้น โดยเอาใบสด 10-15 ใบ (มาก น้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาดใส่ลงในครกยาตำให้ละเอียดเติมเหล้าขาวพอชุ่มยาใช้น้ำและกาก พอกบริเวณที่บวมหรือถูกแมลงกัดต่อยใช้ทาซ้ำบ่อยๆจนกว่าจะหาย
- รักษาโรคเริมและงูสวัด โดยเอาใบสด 10-15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาดใส่ ลงในครกยาตำให้ละเอียดตักใส่ภาชนะที่สะอาดและเติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์พอ ท่วมยา ปิดฝาให้มิดชิดตั้งทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์หมั่นคนยาทุกวันกรองน้ำยาและเก็บไว้ ในภาชนะที่สะอาด นำน้ำยาทาบริเวณที่ปวดบวม หากเป็นมากใช้กากพอกบริเวณที่เป็นได้

ช่วงที่อาการเริมที่ปาก กำเริบง่ายที่สุด

  

 เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงเดือนเมษายน อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้มีส่วนทำให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี และ ยิ่งทำให้คนเราเจ็บป่วยได้ง่ายหากเราไม่มีการดูแลสุขภาพตัวเอง โรคเริม เป็นอีกหนึ่งโรคที่หลายๆ คนเคยเป็นและก็มีหลายๆ คนยังไม่เคยเป็น เริมจะเกิดขึ้นโดยที่ไม่แสดงอาการประมาณว่าอยู่ดีๆ ก็เป็น และแถมยังไม่มีอาการบอกล่วงหน้า ทำให้หลายๆ คนสงสัยกันมากว่า เกิดจากสาเหตุใด และโรคเริมที่ปาก ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อาจย้อนกลับมาเล่นงานคุณก็เป็นได้ เริมที่ปาก herpes labialis เป็นโรคติดเชื้อที่ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปาก โดยมีลักษณะเป็นตุ่มใสๆเล็กๆ บริเวณริมฝีปาก ปาก เหงือกและมีอาการปวด แสบ คัน รอบปาก จากนั้นตุ่มน้ำใสจะแตกออกและตกสะเก็ด เริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เฮอร์ปีส์ ซิมเพล็ก ไทป์ 1 {herpes simplex type 1 (HSV-1)} โรคเริมที่ปากมักเกิดกับเด็กหลังจากอาการหายแล้ว เชื้อไวรัสจะหลบซ่อนภายในประสาทและผิวหนังรอบบริเวณเดิมที่เคยเป็น ต่อมาเมื่อร่างกายอ่อนแอลง มีอารมณ์เครียดหรือถูกแสงแดด เชื้อไวรัสนี้จะกำเริบออกมายังบริเวณที่เคยมีอาการติดเชื้อครั้งแรก ทำให้เป็นๆ หายๆ อยู่บ่อยๆเริมเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย คำว่าเรื้อรังในทางการแพทย์นั้นหมายความว่าระยะยาว อย่างไรก็ตามในผู้ติดเชื้อเริมส่วนใหญ่อาจจะไม่มีอาการของโรคปรากฏขึ้นเลยก็ได้ ขณะที่ผู้ติดเชื้อเริมหลาย คนอาจมีอาการกำเริบซ้ำของโรคขึ้นมาอีก กรณีผู้ติดเชื้อเริมครั้งแรกที่มีการแสดงอาการ อาการของโรคก็อาจจะกำเริบได้อีกหลาย ๆ ครั้งในเวลาต่อมา เมื่อเวลาผ่านไประยะฝังตัวของโรคจะกินเวลานานขึ้นเรื่อย ๆ (โรคไม่แสดงอาการบ่อย) โดยจะมีความรุนแรงของอาการน้อยลงเรื่อย ๆ และหายเร็วกว่าในครั้งแรก ๆ

การรักษาโรคเริมที่ปาก ด้วยยา



โดยทั่วไปแล้ว โรคเริมนี้สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา การใช้ยาต้านไวรัสไม่ได้ช่วยให้หายขาด เพียงแต่ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดความถี่และลดระยะเวลาที่เป็นช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เว้นเสียแต่ในรายที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการ หรือมีภูมิต้านทานบกพร่อง หรือไม่มีแนวโน้มที่แผลจะหายได้เอง จึงควรที่จะได้รับยาต้านไวรัสที่จำเพาะกับโรค ร่วมไปกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่อาจติดตามตุ่มน้ำที่แตกออกมา
1. ยาทาที่นิยมใช้ ได้แก่ Acyclovir จะได้ผลในด้านลดอาการปวด ทำให้ผื่นแห้งเร็วขึ้น ยาทาซึ่งมีส่วนผสมของ steroid ไม่ควรใช้เพราะแผลจะหายช้า
2. ยาชนิดรับประทาน ได้แก่ Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir นิยมใช้ในกรณีสำหรับผู้ที่มักจะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย

วิธีป้องกัน โรคเริมที่ปาก




พยายามเลี่ยงสิ่งที่จะสัมผัสผิวหนัง เช่น ดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับเพื่อน, ใช้ช้อนเดียวกันทานด้วยกัน,จูบปากในขณะที่แฟนมีตุ่มน้ำที่ปาก ไม่ทานครีมเทียม มาการีน เนยขาว เนยเทียม ขนมกรุบกรอบ ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันมาก โดยเฉพาะของทอด ไม่ดื่มเหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดน้อยลง ทำให้ติดเชื้อไวรัสได้ง่ายขึ้น หรือถ้าเป็นโรคนี้อยู่แล้ว ก็จะมีอาการของโรคแย่ลง ระยะเวลาเป็นโรคนานขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อยยิ่งขึ้น วิธีที่ดีที่สุดต้องอาศัยภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำให้ไวรัสสงบลง คือไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ อาจหายเองได้ใน 2-3 วัน ไม่นอนดึกหมั่นออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรง รับประทานอาหารผักผลไม้ที่มีประโยชน์ และที่สำคัญหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแผลเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเริม อย่างมาก

จำแนกอาการของเริมที่ปาก


1. การเป็นครั้งแรก Primary Infection เริ่มด้วยอาการปวดแสบร้อน อาจมีอาการคัน เจ็บจี้ดๆหรือปวดแสบปวดร้อนบ้าง ต่อมาจะมีอาการบวมและอีก 2-3 วันจะมีตุ่มน้ำพองใสเหมือนหยดน้ำเล็กๆ มีขอบแดง ตุ่มน้ำมักจะแตกออกใน 24 ชั่วโมงและตกสะเก็ดเป็นแผลถลอกตื้นๆ ตุ่มอาจจะรวมเป็นกลุ่มใหญ่และเป็นแผลกว้างทำให้ปวดมาก โดยทั่วไปหากรักษาความสะอาดได้ดีไม่ให้ติดเชื้อซ้ำหรือมีหนอง แผลที่เกิดจากตุ่มจะหายเองได้ใน 2-3 สัปดาห์ ตำแหน่งที่พบได้บ่อยได้แก่ ปาก ริมฝีปาก ตา เมื่อแผลแห้งแล้วจะไม่ติดต่อ ระหว่างที่เป็นผื่นต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆเช่นรักแร้หรือขาหนีบอาจจะโต และอาจจะมีไข้ปวดเมื่อยตามตัวได้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ระยะปลอดอาการ Latency and Shedding ช่วงนี้เชื้ออยู่ในร่างกายโดยที่ไม่เกิดอาการอะไรเลยเหมือนปกติทั่วไป แต่เชื้อก้ออาจจะแบ่งตัวและสามารถติดต่อได้โดยเฉพาะเชื้อที่อวัยวะเพศแม้ว่าจะไม่มีผื่น
2. การกลับมาเป็นซ้ำ Recurring Infections เมื่อมีการติดเชื้อครั้งแรกแล้ว หลังจากนั้นจะมีการกลับเป็นผื่นใหม่เป็นระยะๆ เนื่องจากร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสได้ไม่หมด การกลับมาเป็นใหม่ของโรคเริมแต่ละครั้งมักมีอาการน้อยกว่าและเป็นเกิดเป็นพื้นที่น้อยกว่าไม่ค่อยมีไข้ แต่มักเป็นบริเวณใกล้ๆกับที่เดิมโดยเฉพาะที่อวัยวะเพศ ผู้ที่เป็นโรคนี้มาแล้วมักรู้สึกว่ามี “อาการเตือน” นำมาก่อน ได้แก่ตุ่มน้ำมาก่อน 1–3 วัน เจ็บเสียวแปลบๆ คันยุบยิบ ปวดแสบปวดร้อนในบริเวณรอยโรคเดิม การเป็นเริมครั้งถัดๆ มา จะไม่ใช่เป็นการติดเชื้อใหม่ แต่เป็นเชื้อเดิมที่หายแล้วแต่จะซ่อนตัวอยู่ในบริเวณปมประสาทที่อยู่ใกล้เคียงในร่างกายคุณ เมื่อมีการกระตุ้น ก็จะย้อนแนวเส้นประสาทออกมาแสดงอาการได้อีก

อีกหนึ่ง สาเหตุของเริม




สาเหตุที่แท้จริงของเริมที่ปากยังไม่ชัดเจน แต่เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายก็กระตุ้นให้เกิดโรคได้ โรคดังกล่าวมักพบน้อยลงหลังอายุ 35 ปีไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอีกเลย สาเหตุเบื้องต้นที่มักพบการเกิดจากร่างกายเราอ่อนแอก็นำพามาสู่ซึ่งโรคเริมได้ ไม่ได้พักผ่อน นอนหลับไม่เพียงพอ การจูบกับบุคคลที่ปากเป็นแผลที่มีเชื้อไวรัสของโรคเริม ทำให้เกิดโรคเริมที่ปาก ภาวะที่มีความเครียดช่วงที่ร่างกายมีอาการเจ็บป่วย เช่น เป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เกิดอาการอ่อนเพลีย การขาดสารอาหาร เกิดความวิตกกังวล ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดเริมได้ทั้งสิ้น

แนะนำ ยาทาเริมที่ปาก

ช่วงนี้หลายคนคงต่างต้องทำงานหนักเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การแข่งขันระหว่างคนรุ่นเก๋า กับ เด็กรุ่นใหม่ที่จบป.ตรี ออกมามากจนทำให้ตลาดแรงงานนั้นเต็มไปด้วย มีแต่คนว่างงาน คนรุ่นเก่า ยังเก็บเงินตั้งตัวยังไม่ได้เลย ต้องมาดิ้นรน ไฟจ่อตูดเพื่อเร่งสร้างผลงาน เพื่อความอยู่รอดของชีวิตการทำงาน ประกอบกับ คนกรุงทุกวันนี้พักผ่อนน้อย นอนดึก ตื่นเช้า เนื่องจากสภาพการจราจรที่เป็นอยู่นี้มันติดซะเหลือเกิน บางคนชักหน้าไม่ถึงหลังจะต้องหารายได้เสริมยากดึก เลยลืมคิดไปว่า พวกเรานั้นีชีวิต และนี่ก็เป็นเหตุผลของการเกิด โรคเริมที่ปาก หากมีการติดเชื้อ ซึ่งการพักผ่อนน้อย อ่อนเพลียนี่แหละคือจุดอ่อนที่จะทำให้เกิดเริ่มที่ปากได้เลย
วันนี้จะมาแนะนำ ยาที่ใช้ทาเมื่อเป็นเริมที่ปาก


พอรู้ว่าจะเป็น (เริ่มบวมมานิดๆ) แนะนำให้กินยา Vilerm ชนิดเม็ดก่อนเลยครับ กินทุก 4 ชม.
และพยายามที่อากาศร้อน อับ ไม่สบายตัว เพราะจะเป็นการกระตุ้นไวรัส ถ้าเป็นไปได้ใช้น้ำ
เเข็งจี้ตาม คห. บนได้เลยครับ ไม่เกิน 1 วันยุบหายไปแน่นอน (ผมพกยา Vilerm ติดบ้านไว้ตลอด)


ส่วนอีก 2 ตัว ไม่เคยใช้ แต่มีคนเค้าแนะนำมา ว่าใช้ดีเหมือนกัน


คำถามยอดฮิต เป็นโรคเริมที่ปาก มีเพศสัมพันธ์ได้มั้ย


นี่ไม่ใช่ว่าผมจะลามกอะไรนะครับ แต่เรื่องเพศก็จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างนึงที่เราควรที่จะใส่ใจและศึกษาหาความรู้ให้มาก บางคนก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวทำให้ติดเชื้อโรคต่าง โรคร้ายแรงได้ง่าย เอาเป็นว่า เรามาเริ่มกันเลย หลายคนสงสัย ว่าเป็นโรคเริมที่ปาก สามารถมีเพศสัมพันธ์กับแฟนได้หรือไม่ วันนี้ผมจะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ เริมคือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ฝังตัวไว้ในปมประสาท บริเวณดังกล่าว แต่ เมื่อเป็นแล้วเชื้อจะฝังตัวในระบบประสาท แฝงตัวอยู่ในปมประสาท
เมื่อร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ เชื้อก็จะกลับมาแสดงอาการอีก
การติดต่อจะติดต่อโดยการสัมผัส ขณะที่เป็นเริม คือเริ่มตั้งแต่มีตุ่มบวม จนถึงตุ่มเป็นหนองใส และตกสะเก็ด  ช่วงนี้จะติดต่อได้ถ้ามีเพศสัมพันธ์ สัมผัส จูบ ออรัล หรือแม้การใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
แต่ในช่วงที่หาย ถึงแม้จะมีเชื้อแฝงในร่างกาย สามารถใช้ชีวิตตามปกติ แต่งงานได้ ไม่มีปัญหาค่ะ
ยกเว้นว่าแฟนคุณมีภูมิต้านทานต่ำ หรือร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย ต้องระวังหน่อยค่ะ

เราเคยเป็นเริมที่ริมฝีปากค่ะ แต่ไม่ได้เป็นจากการมีเซ็กส์หรือไปติดอะไรมา อยู่ ๆ มันก็เป็น ไปพบหมอก็รู้สึกอาย ๆ  คุณหมอคงเข้าใจเลยว่าเราคิดอะไร เลยบอกว่าไม่ต้องกังวล มันเป็นเชื้อคนละตัวกับที่เป็นที่อวัยวะเพศ....ที่เราเป็นคือคุณหมอบอกว่า เชื้อมันแฝงอยู่ที่ปลายเส้นประสาท และเมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอก็จะเป็นได้ตลอด ไม่หายขาด
ปกติก็จะเป็นบ้าง ค่ะถ้าพักผ่อนไม่พอ  แต่ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงดีก็ไม่เป็น ปล.ที่บ้านเราไม่เคยมีใครเป็นเลย มีเราคนเดียว และแฟนเราก็ไม่เคยติดจากเรานะ

หยุดขาดความมั่นใจของตัวเอง เพราะโรคเริมที่ปาก



โรคเริมที่ปากกับโรคเริมที่อวัยวะเพศ มันคนละประเภทกันนะครับ หลายคนอาจจะคิดว่ามันคือโรคเดียวกันโรคเริมที่ปากหรือเริมที่เกิดบริเวณเหนือสะดือ ไม่สามารถคิดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่โรคเริมที่เกิดที่บริเวณอวัยวะเพศ นั้นต่อทางเพสสัมพันธ์ คนละอย่างกันนะครับ แยกให้ออก
โรคเริมที่ปาก นั้นบอกเลยนะครับ อย่าขาดความมั่นใจเพราะ โรคนี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ซึ่งเป็นกันเยอะมาก ซึ่งสาเหตุที่เด็กเป็นกันเยอะเพราะว่า เด็กที่อยู่ในวัยเล็กหรือประมาณอนุบาลนั้น จะติดต่อกันที่กาใช้ข้าวของหรือแก้วน้ำร่วมกัน

ทำไมเป็นเริมถึงไม่ควรเครียด ? นะหรอครับ เพราะว่า มันไม่ใช่โรคติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธ์ แต่เกิดจากการใช้ของใช้ร่วมกัน และการที่เราเครียดทำให้โรคเริมนั้นหายช้าขึ้น หนำซ้ำมันอาจจะทำให้เกิดขึ้นมาใหม่ได้ เพราะเริม"เป็นโรคที่ไม่หายขาด"


โรคเริมเมื่อหายแล้วมันไม่ได้หายไปจากเรา แต่มันจะมีการฝังตัวที่ปมประสาทส่วนที่เป็นมาก่อนนั้น เมื่อร่างกายอ่อนแอ นอนน้อย เครียด เชื้อจะกลับมาแผลงฤทธิ์ทีอาการขึ้นอีกที่จุดเดิมที่เคยเป็น นี่คือข่าวร้าย  แต่ข่าวดีของเริม คือการเป็นซ้ำในครั้งหลังๆจะมีอาการที่น้อยกว่าหรือหายเร็วกว่าครั้งแรกๆ ไม่มีไข้
(โดยเฉลี่ยจะเป็นซ้ำประมาณ 5ครั้งต่อปี) หยุดเครียดได้แล้วครับ

ด่วน !! 'ใบพญายอ' รักษา โรคเริม งูสวัด ได้


ได้ยินได้ฟังมานักต่อนักว่าโรคเริม นั้นรักษาไม่หายไปจากตัว แค่ระงับอาการเท่านั้น เมื่อภูมิต้านทานในตัวลดลงอาการก็จะกำเริบขึ้นอีก ไม่ว่าจะสาเหตุจากการพักผ่อน ไม่เพียงพอ ดื่มน้ำหรือทานอาหารที่ไม่สะอาด
วันนี้เลยเอาบทความที่ว่าด้วยเรื่องสมุนไพรไทย รักษาอาการเริมที่ปากหรืออวัยวะเพศได้ โดยเราสามารถทำเองได้ สมุนไพรไทยที่สามารถทำให้อาการเริมบรรเทาลงได้ที่จะพูดถึงในวันนี้คือ "ใบพญายอ" กระทรวงสาธารณสุข ปิดเผยว่า สมุนไพรพญายอ หรือพญาปล้องทอง เป็นพืชที่หาได้ทั่วไป แพทย์พื้นบ้านใช้รักษาโรคผิวหนังจำพวกเริมและงูสวัด โดยใช้ใบสดประมาณ 1 กำมือ ตำผสมเหล้าใช้ทาบ่อยๆ หรือใช้ 2-10 ใบขยี้หรือตำให้แหลก นำมาทาหรือพอกแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ทั้งนี้ไม่สามารถใช้แก้พิษงูได้ ด้วยเหตุนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ทำการศึกษาวิจัยสมุนไพรพญายอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากใบเสลดพังพอน และใบพญายอต่อเชื้อโรคเริม ซึ่งเป็นไวรัสที่มีชื่อว่าเฮอร์ปีส์ ซิมเพลกซ์ชนิดที่ 2 ( Herpes Simplex Virus type 2 : HSV-2 พบว่า สารสกัดจากพญายอมีฤทธิ์ทำลายไวรัส HSV-2 แต่สารสกัดจากใบเสลดพังพอนและใบตำลึงไม่มีฤทธิ์

โดยปัจจุบันมีการนำ"ใบพญายอ" มาสกัดสารและนำมาทำเป็นครีมทาเพื่อรักษาโรคดังกล่าว ผลการรักษาพบว่าครีมพญายอ มีประสิทธิภาพดี ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดความเจ็บปวดได้ดี ครีมพญายอไม่ทำให้แสบระคายเคืองที่แผล และได้ทดลองทางคลินิก รักษาผู้ป่วย โรคงูสวัดจากเชื้อไวรัสวาริเซลล่า ซอสเตอร์ (VZV) ด้วยยาครีมที่ประกอบด้วย สารสกัดใบพญายอ พบว่า ครีมพญายอ สามารถรักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดได้ ทำให้แผลตกสะเก็ดหายเร็ว ลดอาการปวดได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ครีมพญายอไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคืองทาแล้วรู้สึกเย็นสบาย

รู้หรือไม่ มะพร้าวสามารถรักษาโรคเริมได้ ?


ทราบกันอยู่แล้วว่า โรคเริมนั้นคืออะไร เป็นโรคที่เกิดจากอะไร และหลายต่อหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดเริมได้ เมื่อไม่นานมานี้ มีชาวฝรั่งเศสททา่นหนึ่งได้ทำการรักษาโรคเริมด้วยมะพร้าว โดยชายท่านนี้ได้เริมเป็นโรคเริมที่ปาก โดยการติดต่อมาจากที่ใดไม่รู้ แต่สามารถสันนิฐานได้ว่านะจะติดต่อ ได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าการดื่มน้ำแก้เดียวกันกับเพื่อนที่เป็นโรคเริมที่ปาก บอกตรงๆเลยโรคชนิดนี้สามารถติดต่อกันได้ง้ายมาก โรคเริมที่ปาก นั่นบอกได้เลยว่าทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นทั้งนั้น และโรคนี้ หากติดเชื้อแล้วสามารถจะมีอาการกำเริบได้ตลอดชีวิต

ประสบการณ์ ของผู้ป่วยชาวฝรั่งเศส ที่ข้อความทั้งหมดอยู่ในหนังสือ กัลปพฤกษ์ ฉบับที่ 3 เมษายน 2551 สำหรับสมาชิกชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย 

เป็นโรคเริมที่ปาก มาแล้วหลายปี หลังๆมาชักจะเป็นถี่ขึ้น บางครั้งเป็นแบบมีตุ่มใส ที่บริเวณดังกล่าว ไปหาหมอ กินยา ทายา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

เค้าเป็นโรคเริมที่ปาก เป็นคราวโชคดี พบพี่ชายเพื่อน แนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวพรหมจรรย์ (virgin coconut oil) ทาไปบริเวณที่เป็นเริม ให้สกิดตุ่มน้ำใสๆให้แตกเอา กระดาษทิชชู่ซับแผล  แล้วใช้น้ำมันมะพร้าวทาบริเวณที่เป็น 2-3 ครั้ง แผลหายสนิท อยากจะบอกว่า

        เป็นสุดยอดน้ำมันมหัศจรรย์ หลังจากที่เคยเป็นเริมมาเป็นเดือนกว่าจะหาย พี่ชายเพื่อนยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหาร เช่น ข้าวโพด ถั่วเปลือกแข็งทุกชนิด เบียร์ เนย ช็อกโกแลต ซีเรียล เพราะโปรตีนที่มีแอลอาร์จินินสูง   เชื้อเริมชอบมาก

        ให้กินมันฝรั่ง ถั่วฝักยาว ผักต่างๆ ปลาทะเล น้ำมันปลา สาหร่ายทะเล น้ำมะพร้าวอ่อน ไข่ไก่ เพราะมีโปรตีนที่มี แอลไลซีนสูง เชื้อเริมไม่ชอบ

        ตั้งแต่ได้รับคำแนะนำโรคเริมที่เคยเป็นก็ห่างหายไปนาน ถ้าไปดื่มเบียร์ กับเพื่อนก็จะมีอาการ ขอบคุณมากสำหรับน้ำมันมะพร้าว เพราะคนที่ไม่เป็นไม่รู้หรอกว่า  มันทุกข์ รำคาญ อย่างไร


เรื่องเล่าเขียนลงหนังสือกัลปพฤกษ์

โดย ดร.ณรงค์  โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย

การป้องกันโรคเริมที่ปาก และการดูแลรักษาได้ผล 100%



 โรคเริมที่ปาก เป็นแล้วจะทำให้เรารู้สึกลำคาญ ไม่กล้าที่จะออกไปพบเจอใคร ใช่มั้ยครับ แฟนผมเคยเป็นมาหลายต่อหลายครั้ง พอเค้านอนน้อย เครียด พักผ่อนน้อย ตื่นขึ้นมาก็อาการเริ่มเกิดขึ้น ยิ่งเค้าเป็นคนที่มีอาชีพที่ต้องทำงานพูดคุย พบปะผู้คนเยอะๆ มันทำให้แฟนผมเค้าไม่มั่นใจเอาเสียเลย
แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เคล็ดลับ เลยแค่ซื้อยามาทา ประมาณ 1 อาทิตย์ก้อจะตกสะเก็ด แต่พอล่าสุดเป็นเดือนที่แล้ว เป็นแค่ 2 วันค่ะ รวมแผลตกสะเก็ด 3 วัน พอดีไปอ่านเจอกระทู้ของเมืองนอกเลยเอามาบอกเล่ากันค่ะ
การป้องกัน --> ส่วนใหญ่ร่างกายเครียดไม่ค่อยมีผลเท่าแสงแดดค่ะ ถ้าเจอแสงแดดหนักๆ เชื้อที่หลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ก้อจะถูกกระตุ้นทำให้เป็นเริมขึ้นมา และก้อจะเป็นที่เดิมด้วย เพราะฉะนั้นให้ทาลิบมันที่มียูวีปกป้องแสงแดดจะช่วยได้มากเลยค่ะ
การรักษาให้หายเร็วขึ้นขณะเป็น-->
ถ้ารู้ตัวเริ่มแรก ให้รีบใช้น้ำแข็งจี้เป็นเวลา 1-2 ชม.จะลดอาการบวมได้อย่างชัดเจน - ซื้อยา Vilerm มาทา และทาทุกๆ 2-3 ชม. - ทานยาแก้อักเสบวันละ 3 เวลา
เท่านี้แหล่ะค่ะ วันที่สองก้อจะตกสะเก็ด วันที่สามหรือสี่ก้อจะหายเป็นปกติค่ะ
ที่สำคัญนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ อย่าไปเครียดกะมัน เริมนี้เกิดได้กะบุคคลทุกเพศทุกวัย ขนาดดารายังเป็นกันเกลื่อนเลยค่ะ อย่าไปเครียดๆ
มีข้อสงสัย ฝากไว้กะกระทู้นี้ได้นะค

เป็นเริม อายทำไม?


ลักษณะโรคเริมที่ปาก
จะพูดถึงเรื่องของโรคเริมที่ปากนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่า ซึ่งความหมายของโรคเราได้เล่าให้ฟังแล้ว เมื่อครั้งที่แล้ว (โรคเริม คืออะไร) นะครับ ครั้งนี้ผมจะมาเล่าในส่วนของอาการของโรคเริมที่ปาก นี้นะครับ

อาการโรคเริมที่ปาก
- เริ่มแรกจะมีอาการคันที่ปาก แล้วปวดแสบปวดร้อน บริเวณปาก ก่อนจะเกิดผื่น 2 วัน
- หลังจากนั้น จะเกิดตุ่มใสๆ แดงๆ ที่บริเวณริมฝีปาก
- อาจจะมีไข้ต่ำ ตามมาด้วย

อาการดังกล่าวจะแสดงให้เห็นชัดขึ้นภายในสองวันที่เป็น เพราะสาเหตุนี้คนที่เป็นจะเกิดความไม่มั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน ทำให้อับอาย ซึ่งผมขอบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดครับ หลายๆคนก็อาจจะเคยเป็นโรคนี้มาแล้ว ไวรัสชนิดนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เป็นแล้วก็ควรดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี เดวครั้งหน้าผมจะมาเล่าถึงสาเหตุที่เป็น และ การป้องกันนะครับ

สาเหตุของโรคเริมที่ปาก

          สาเหตุที่แท้จริงของเริมที่ปากยังไม่ชัดเจน แต่เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายก็กระตุ้นให้เกิดโรคเริมได้ โรคดังกล่าวมักพบน้อยลงหลังอายุ 35 ปีไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอีกเลย การถูกแสงแดด โดยเฉพาะแดดจัด ช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย มีอาการเจ็บป่วย เช่น เป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ความเครียด และอาการอ่อนเพลีย ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดเริมได้ทั้งสิ้น

แนวทางรักษา

          เริมที่ปากเมื่อเป็นแล้วจะหายไปเองในเวลาประมาณ 10 วัน แต่การทาครีมฆ่าเชื้อไวรัส ช่วยให้หายเร็วขึ้นได้ ยิ่งถ้ารักษาแต่เนิ่น ๆ ก็จะหายเร็วขึ้น ทางที่ดีควรลงมือรักษาทันทีที่เริ่มมีอาการแสบคัน ฉะนั้นเมื่อมีอาการ ควรไปพบเภสัชกร โดยเภสัชกรจะจ่ายยา acyclovir หรือยากลุ่มต้านเชื้อไวรัส เช่น ครีมรักษาเริมที่ปากอย่าง Zovirax ซึ่งมีทั้งชนิดหลอดและชนิดฉีดพ่น ไอบูโพรเฟนจะช่วยลดอักเสบ บวม

          ส่วนการประคบน้ำแข็งบริเวณที่เป็นแผลโดยตรง จะช่วยลดอาการบวมและบรรเทาปวดได้ หรือถ้าชอบการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด ให้ป้ายแผลด้วยน้ำมันหอมระเหยเลมอนบาล์ม หรือทีทรีออยล์ เพราะมีสรรพคุณต้านเชื้อไวรัส หรือจะดื่มชาเลมอนบาล์ม สมุนไพรโกลเด้นซีลในรูปของอาหารเสริม หรือแคปซูลอิชินาเชีย

ลักษณะโรคเริมที่ปาก 2

ควรไปพบแพทย์หรือไม่

          เริมที่ปากไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ถ้าสังเกตว่ามีน้ำเหลืองไหลออกมาจากตุ่มแผล และถ้ามีไข้สูงกว่า 100.5 องศาฟาเรนไฮต์ หรือมีอาการระคายเคืองตา ควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าตุ่มแผลเกิดการติดเชื้อ ถ้าโรคเริมของคุณเกิดจากอาการป่วยเรื้อรังที่เป็นสาเหตุทำให้ภูมิต้านทานโรค อ่อนแอ เช่น โรคมะเร็ง คุณก็ควรไปพบแพทย์

เริมเป็นโรคติดต่อหรือไม่

          ใช่แล้ว เริมเป็นโรคติดต่อ จึงไม่ควรใช้ของใช้ร่วมกัน การรักษาสุขอนามัยของคุณและคนรอบข้างเป็นสิ่งจำเป็น ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ วันละ 2 ครั้ง ระวังอย่าขยี้ตา เพราะเชื้อเริมที่ปากอาจติดต่อสู่ตาได้ ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสตุ่มแผลที่ปาก รวมถึงหลังจากใส่หรือถอดคอนแทคเลนส์ วิธีนี้จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

วิธีป้องกันเริมที่ปาก

          การทาครีมกันแดดทุกวันช่วยได้ ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ระบุว่า การใช้ครีมกันแดดจะทำให้โอกาสในการเป็นเริมลดลง ลมหนาวก็มีส่วนกระตุ้นการทำงานของเชื้อไวรัส จึงควรพันผ้าพันคอตั้งแต่ช่วงล่างของใบหน้า

          ช่วงที่ร่างกายอ่อนเพลียมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่าย จึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายมาก ๆ เริมที่ปากมักเกิดจากความเครียดด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรรับประทานวิตามินบีซึ่งช่วยบำรุงประสาทให้เพียงพอ พบมากในเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว ซีเรียลโฮลเกรน และขนมปังโฮลวีท

ขอบคุณบทความจาก kapook.com

ทำความรู้จักกับ โรคเริมที่ปาก


   เข้าสู่ฤดูร้อนช่วงเดือนเมษายน อากาศร้อนแบบนี้มีส่วนทำให้เชื้อโรคต่างเจริญเติบโตได้ดี ซึ่งบางคนเข้าใจผิดว่ายิ่งอากาศร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ เชื้อโรคจะตาย นั่นคือความเข้าใจที่ผิดที่สุด ยิ่งอากาศร้อนๆอบอ้าวนี่แหละทำให้คนเราเจ็บป่วยได้ง่ายหากเราไม่มีการดูแลสุขภาพตัวเอง และโรคเริมที่ปาก ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อาจย้อนกลับมาเล่นงานคุณก็เป็นได้ แต่ในข่าวร้ายก็มีข่าวดีแฝงอยู่คือ เมื่อคุณอายุเพิ่มมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นโรคเริม ก็ยิ่งลดน้อยลง และวันนี้ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณๆ ทั้งหลายบอกลาโรคเริมไปได้ตลอดกาล ทำให้คุณสามารถที่จะเผยรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ ได้กังวล
โรคเริมที่ปาก คืออะไร
เริมที่ปากเป็นโรคติดเชื้อที่ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปาก โดยมีลักษณะเป็นตุ่มใส ๆ เล็ก ๆ บริเวณริมฝีปาก และมีอาการปวด แสบ คัน รอบปาก จากนั้นตุ่มน้ำใสจะแตกออกและตกสะเกิด
 เริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่า herpes simplex type 1 (HSV-1) โรคเริมที่ปากมักเกิดกับเด็ก หลังจากอาการหายแล้ว เชื้อไวรัสจะหลบซ่อนภายในประสาทและผิวหนังรอบบริเวณเดิมที่เคยเป็น ต่อมาเมื่อร่างกายอ่อนแอลง มีอารมณ์เครียด หรือถูกแสงแดด เชื้อไวรัสนี้จะกำเริบออกมายังบริเวณที่เคยมีอาการติดเชื้อครั้งแรก ทำให้เป็น ๆ หาย ๆ อยู่บ่อย ๆ และนี่คือความหมายของ โรคเริมที่ปาก ที่เป็นกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มันอาจจะเป็นโรคที่หลายๆ คนมองข้าม คิดว่ามันไม่มีความร้ายแรงอันใด แต่เมื่อทุกท่านได้ศึกษาความหมายของมัน ก็จะทราบว่าโรคนี้ พวกคุณไม่ควรที่จะมองข้าม เด๋วครั้งหน้าผมจะมาแนะนำรายละเอียดของโรคนี้ต่อนะครับบ

เริม คือ ??



โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อ Herpes simplex ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่มักจะพบบริเวณอวัยวะเพศ พบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก และชนิดที่ทำให้เกิดแผล (cold sore) บริเวณริมฝีปาก พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
เริมเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย คำว่าเรื้อรังในทางการแพทย์นั้นหมายความว่าระยะยาว อย่างไรก็ตามในผู้ติดเชื้อเริมส่วนใหญ่อาจจะไม่มีอาการของโรคปรากฏขึ้นเลยก็ ได้ ขณะที่ผู้ติดเชื้อเริมหลาย ๆ คนอาจมีอาการกำเริบซ้ำของโรคขึ้นมาอีก กรณีผู้ติดเชื้อเริมครั้งแรกที่มีการแสดงอาการ อาการของโรคก็อาจจะกำเริบได้อีกหลาย ๆ ครั้งในเวลาต่อมา เมื่อเวลาผ่านไประยะฝังตัวของโรคจะกินเวลานานขึ้นเรื่อย ๆ (โรคไม่แสดงอาการบ่อย) โดยจะมีความรุนแรงของอาการน้อยลงเรื่อย ๆ และหายเร็วกว่าในครั้งแรก ๆ

บทความที่ได้รับความนิยม